ศิลปะกับการบําบัดผู้ป่วย

การแพร่หลายของศิลปะบําบัด ในโลกยังมีไม่มากเท่าที่ควร โดยจะพบมากที่สาธารณรัฐเยอรมนี สหรัฐอเมริกา สำหรับในด้านเอเซีย จะพบได้ที่ญี่ปุ่นและเกาหลี ทั้งนี้การแพร่หลายในประเทศไทยยังมีไม่มากนัก เนื่องจากยังไม่มีหลักสูตรการเรียนการสอนโดยตรงและนักศิลปะบําบัด เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญที่จบโดยตรงยังมีน้อยมาก ในปัจจุบันจะเห็นว่ามีโรงพยาบาลบางแห่งได้มีการนําดนตรีมาใช้ในการขับกล่อมผู้ป่วยและญาติ ในระหว่างรอตรวจหรือรอรับยาเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด ซึ่งมีทั้งรูปแบบการเปิดเทปและการแสดงสดของนักดนตรี ทั้งดนตรีไทยและดนตรีสากล ซึ่งเป็นการเริ่มต้นที่ดีและในอนาคตจะพัฒนาไปสู่การนําไปใช้เพื่อการบําบัด เพื่อช่วยลดความเจ็บปวด ช่วยลดการใช้ยาระงับปวดลงด้วย ในปัจจุบันศิลปะบําบัด มีการนํามาใช้ในกลุ่มบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ กลุ่มบกพร่องทางพัฒนาการ สติปัญญา ออทิสติกและในกลุ่มเด็กที่มีปัญหาด้านอารมณ์ จิตใจ พฤติกรรมต่างๆ เนื่องจากสามารถช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านต่างๆ บรรเทาปัญหาทางด้านอารมณ์ จิตใจ และพฤติกรรมได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมด้านศิลปะบําบัด เพื่อสร้างนักวิชาชีพด้านศิลปะบําบัดที่มีคุณภาพและเพียงพอ สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยได้ด้วย

ผลดีของการนำศิลปะบำบัดมาใช้กับการรักษา ประกอบไปด้วย

– การวาดภาพทำให้รู้ถึงเหตุการณ์ที่เป็นตัวกระตุ้นซึ่งก่อให้เกิดบาดแผลทางจิตใจ

– สามารถนำมาใช้เพื่อนำเข้าสู่เป้าประสงค์ตามที่กำหนดไว้

– เพิ่มการแสดงออกด้วยการวาดภาพและการใช้คำพูดร่วมกัน

– สามารถนำเอาภาพวาดมาเป็นเครื่องมือเพื่อการสื่อสารภายในกลุ่ม

– ผลิตผลเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มคุณค่าแห่งตน

– ให้โครงสร้างกับกลุ่มในลักษณะที่เป็นรูปธรรมได้ง่าย

– การแสดงออกของความคิด ความรู้สึกอย่างเป็นธรรมชาติ

– ผู้เข้าร่วมกลุ่มรู้สึกลดภาวะของการถูกคุกคามลงไปได้มาก

นอกจากนี้ ยังมีการผ่อนคลายความเครียดด้วยศิลปะและเสียงเพลง โดยนําไปใช้กับงานศัลยกรรมออร์โทพีดิกส์ ซึ่งคนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดกระดูกต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลาหลายวัน นักวิจัยได้ให้คนไข้ฟังเพลงและแขวนรูปภาพสวยๆ ไว้บนผนัง โดยสับเปลี่ยนรูปภาพเสมอ  เนื่องจากช่วยลดความปวดได้น้อยลง และใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลน้อยลงด้วย

การนำเสนอการผลิตสื่อนวัตกรรมในเรื่องศิลปะเพื่อความเข้าใจง่ายขึ้นและน่าสนใจ

ศิลปะเหมือนเป็นนวัตกรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะศิลปะไทยด้านต่างๆ นำมารังสรรค์ต่อยอดภูมิปัญญาดั้งเดิม ยิ่งถือเป็นนวัตกรรมศิลปะไทยที่น่าพิสมัย

การผลิตสื่อการเรียนการสอนเป็นสิ่งที่ช่วยให้การเข้าใจในวิชาง่ายขึ้นและน่าสนใจ การสอนด้วยวิธีอ่านในหนังสือ หรือบรรยายให้ผู้เรียนฟังนั้นมันคงจะเป็นแบบสมัยก่อนแล้ว ปัจจุบันเนื่องจากมีเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆทำให้เรามีโอกาสที่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสีก็เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิต เราควรนำมาเป็นสื่อในการเรียนการสอนได้ และให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนมากที่สุด

เราเรียนรู้เรื่องศิลปะมาจนสามารถบอกได้แล้วว่า ศิลปะคืออะไร ศิลปะแตกต่างจากธรรมชาติอย่างไร คราวนี้เรา ลองหลับตานึกภาพดูซิว่าถ้าโลกเราไม่มีสีเลย ทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรามีแต่สีขาวกับสีดำ ไฟจราจรมีแต่ขาวกับดำ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีขาวกับดำ ต้นไม้ ดอกไม้มีแต่สีขาวกับดำ จะเป็นอย่างไร เราคง อึดอัด หดหู่ดูไม่มีชีวิตชีวา ฉะนั้น “สี” จึงเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตของเรา เพราะสีช่วยให้ชีวิตของเราดูสดใส ร่าเริง หรือเศร้าหมองก็ได้ช่วยให้เราเข้าใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้ง่ายขึ้น เราจึงจำเป็นต้องรู้จักกับ “สี” ก่อน เพราะในชีวิตของเราหรือในงานศิลปะ สี ช่วยให้เกิดความงาม ความรู้สึก เพราะสีมีความหมายเฉพาะตัวของแต่ละสีอยู่ แต่ก่อนที่เราจะศึกษาบทเรียนเรื่อง “ศิลปะการใช้สี” เรามาทำความเข้าใจรู้จักความหมายและความสำคัญ ของสีที่มีต่อวิถีชีวิตของเราอย่างไรก่อนเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

สีเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิต ซึ่งมนุษย์รู้จักสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ ในอดีตกาลมนุษย์ได้ค้นพบสีจากแหล่งต่าง ๆ จาพืช สัตว์ ดิน และแร่ธาตุนานาชนิด จากการ ค้นพบสีต่าง ๆ เหล่านั้น มนุษย์ได้นำเอาสีต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง โดยนำมาระบายลงไปบนสิ่งของ ภาชนะเครื่องใช้ หรือระบายลงไปบนรูปปั้น รูปแกะสลัก เพื่อให้รูปเด่นชัดขึ้น มีความเหมือนจริงมากขึ้น รวมไปถึงการใช้สีวาด ลงไปบนผนังถ้ำ หน้าผา ก้อนหิน เพื่อใช้ถ่ายทอดเรื่องราวและทำให้เกิดความรู้สึกถึงพลังอำนาจที่มีอยู่เหนือสิ่งต่างๆทั้งปวง การใช้สีทาตามร่างกายเพื่อกระตุ้นให้เกิดความฮึกเหิม เกิดพลังอำนาจ หรือใช้สีเป็นสัญลักษณ์ในการถ่ายทอดความหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง สีที่มนุษย์ใช้อยู่ทั่วไป ได้มาจากสสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติ และนำมาใช้โดยตรง หรือด้วยการสกัด ดัดแปลงบ้าง จากพืช สัตว์ ดิน แร่ธาตุต่าง ๆ สสารที่ได้จากการสังเคราะห์ซึ่งผลิตขึ้นโดยกระบวนการทางเคมี เป็นสารเคมีที่ผลิตขึ้นเพื่อให้สามารถนำมาใช้ได้ สะดวกมากขึ้น ซึ่งเป็นสีที่เราใช้อยู่ทั่วไปในปัจจุบัน แสงเป็นพลังงานชนิดเดียวที่ให้สี โดยอยู่ในรูปของรังสี (Ray) ที่มีความเข้มของแสงอยู่ในช่วงที่สายตามองเห็นได้

ศิลปะและงานประติมากรรมของโรมันในยุคปัจจุบัน

1

ศิลปะโรมันส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากกรีกซึ่งมีองค์ประกอบที่ประณีต งดงาม แต่ศิลปะของโรมันเน้นความใหญ่โตมโหฬาร มีความหรูหรา สง่างาม มั่นคงแข็งแรง สถาปัตยกรรมโรมันมีชื่อเสียงมาก โรมันเป็นชาติแรกที่คิดค้นสร้างคอนกรีตได้ สามารถใช้คอนกรีตหล่อขึ้นเป็นโครงสร้างรูปโดมช่วยทำให้การก่อสร้างอาคารมีขนาดใหญ่ขึ้น สถาปัตยกรรมของโรมันที่มีชื่อเสียงได้แก่ วิหารแพนเธออน โคลอสเซียม เป็นสนามกีฬารูปกลมรีขนาดใหญ่มหึมาสามารถจุคนดูได้ถึง 50,000คน นอกจากงานสถาปัตยกรรมดังกล่าวแล้ว ชาวโรมันยังสร้างสะพานโค้งข้ามแม่น้ำและส่งน้ำข้ามหุบเขาต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก สิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก คือ ประตูชัย สร้างขึ้นเพื่อสรรเสริญ และฉลองชัยของทหารโรมัน โดยสร้างเป็นประตูโค้งขนาดใหญ่สำหรับให้ทหารเดินทัพผ่านเมื่อออกสงครามหรือภายหลังได้รับชัยชนะ ประดับด้วยภาพประติมากรรมนูนสูงอย่างสง่างาม

งานประติมากรรมของโรมันมีไม่มาก ส่วนใหญ่ขนย้ายมาจากกรีก มีการสร้างสรรค์ขึ้นเองบ้างแต่เป็นส่วนน้อยนอกนั้นทำเลียนแบบกรีกทั้งหมด ผลงานที่พบในกรุงโรมได้แก่ ภาพเลาคูนกับบุตรชายกำลังถูกงูกัด เป็นผลงานที่นำมาจากกรีก นอกนั้นได้แก่ภาพประติมากรรมของบุคคลสำคัญในยุคนั้น เช่น รูปจูเลียสซีซาร์ รูปจักรพรรดิออกัสตัส รูปจักรพรรดิคาราคัลลา รูปจักรพรรดิเนโร เป็นต้น งานจิตรกรรมของโรมัน มีการค้นพบภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังที่ยังอยู่ในสภาพดีมากมาย ส่วนใหญ่เป็นภาพที่แสดงถึงเรื่องราวในชีวิตประจำวันของชาวโรมันนอกนั้นเป็นภาพในเทพนิยาย เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ลักษณะของภาพยังมีความงามที่สมบูรณ์ เป็นภาพเขียนสีและประดับด้วยหินสี (Mosaic) อย่างประณีต สวยงาม

ศิลปะไบแซนไทน์เป็นศิลปะที่มีลักษณะเชื่อมโยงความคิด และรูปแบบระหว่างตะวันตกกับตะวันออกเข้าด้วยกัน มีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล ศิลปะมีลักษณะใหญ่โต คงทนถาวร ประดับตกแต่งด้วยการใช้พื้นผิว อย่างหลากหลาย งานสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นที่สุดของไบแซนไทน์ คือการทำหลังคาเป็นรูปกลม ต่างจากหลังคาของศิลปะโรมัน ที่ทำเป็นรูปโค้ง หลังคากลมแบบไบแซนไทน์ ภายนอกเรียกว่าโดม หลังคากลมช่วยให้สามารถสร้างอาคารได้ใหญ่โตมากขึ้น สิ่งก่อสร้างที่เป็นแบบฉบับของศิลปะดังกล่าว ได้แก่ โบสถ์เซนต์โซเฟีย ในกรุงคอนสแตนติโนเปิล โบสถ์เซนต์มาร์โค ที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

ลักษณะของภาพจิตรกรรมและงานจิตรกรรมที่นิยมสร้างสรรค์ขึ้นในปัจจุบัน

9

จิตรกรรมเป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการขีดเขียน การวาดและระบายสี เพื่อให้เกิดภาพเป็นงานศิลปะที่มี 2 มิติ เป็นรูปแบน ไม่มีความลึกหรือนูนหนาแต่สามารถเขียนลวงตาให้เห็นว่ามีความลึกหรือนูนได้ ความงามของจิตรกรรมเกิดจากการใช้สีในลักษณะต่าง ๆ กัน องค์ประกอบสำคัญของงานจิตรกรรม คือ ผู้สร้างงาน หรือ ผู้วาด เรียกว่า จิตรกร วัสดุที่ใช้รองรับการวาด เช่น กระดาษ ผ้า ผนัง ฯลฯ สี เป็นสิ่งที่แสดงออกถึงเนื้อหา เรื่องราวเกี่ยวกับผลงาน งานจิตรกรรมเป็นงานศิลปะที่เก่าแก่ดั้งเดิมของมนุษย์ เริ่มตั้งแต่การขีดเขียนบนผนังถ้ำบนร่างกายบนภาชนะเครื่องใช้ต่างๆ จนพัฒนามาเป็นภาพวาดที่ใช้ประดับตกแต่งในปัจจุบัน การวาดภาพเป็นพื้นฐานของงานศิลปะทุกชนิด ผู้สร้างสรรค์งานจิตรกรรมเรียกว่า จิตรกร งานจิตรกรรม แบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ การวาดเส้น เป็นการวาดภาพโดยใช้ปากกาหรือดินสอ ขีดเขียนลงไปบนพื้นผิววัสดุรองรับเพื่อให้เกิดภาพ การวาดเส้น คือ การขีดเขียนให้เป็นเส้นไม่ว่าจะเป็นเส้นเล็กหรือเส้นใหญ่ ๆ มักมีสีเดียวแต่ การวาดเส้นไม่ได้จำกัดที่จะต้องมีสีเดียว อาจมีสีหลายๆ สีก็ได้การวาดเส้นจัดเป็นพื้นฐานที่สำคัญของงานศิลปะแทบทุกชนิด อย่างน้อยผู้ฝึกฝนงานศิลปะควรได้มีการฝึกงานวาดเส้นให้เชี่ยวชาญเสียก่อน ก่อนที่จะไปทำงานด้านอื่น ๆ ต่อไป การระบายสี เป็นการวาดภาพโดยการใช้พู่กัน หรือแปรงหรือวัสดุอย่างอื่นมาระบายให้เกิดเป็นภาพการระบายสีต้องใช้ทักษะการควบคุมสีและเครื่องมือมากกว่าการวาดเส้นผลงานการระบายสีจะสวยงามเหมือนจริงและสมบูรณ์แบบมากกว่าการวาดเส้น

งานจิตรกรรมที่นิยมสร้างสรรค์ขึ้นมีหลายลักษณะดังนี้ คือ ภาพหุ่นนิ่ง เป็นภาพวาดเกี่ยวกับสิ่งของเครื่องใช้หรือวัสดุต่างๆ ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นสิ่งที่อยู่กับที่ภาพคนทั่วไปแบ่งได้ 2 ชนิด คือภาพคน เป็นภาพที่แสดงกิริยาท่าทางต่าง ๆ ของมนุษย์ โดยไม่เน้นแสดงความเหมือนของใบหน้าภาพคนเหมือนเป็นภาพที่แสดงความเหมือนของใบหน้าของคน ๆ ใดคนหนึ่งภาพสัตว์ แสดงกิริยาท่าทางของสัตว์ทั้งหลาย ในลักษณะต่าง ๆภาพทิวทัศน์ เป็นภาพที่แสดงความงาม หรือความประทับใจในความงาม ของธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อม ของศิลปินผู้วาด ภาพทิวทัศน์ยังแบ่งเป็นลักษณะต่าง ๆ ได้อีก คือภาพทิวทัศน์ผืนน้ำ หรือ ทะเล ภาพทิวทัศน์พื้นดิน ภาพทิวทัศน์ของชุมชนหรือเมือง ภาพประกอบเรื่องเป็นภาพที่เขียนขึ้นเพื่อบอกเล่าเรื่องราว หรือถ่ายทอดเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้ผู้อื่นได้รับรู้ โดยอาจเป็นทั้งภาพประกอบเรื่องในหนังสือ พระคัมภีร์ หรือภาพเขียนบนฝาผนังอาคาร สถาปัตยกรรมต่าง ๆ และรวมถึงภาพโฆษณาต่างภาพองค์ประกอบ เป็นภาพที่แสดงความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของศิลปะและลักษณะในการจัดองค์ประกอบเพื่อให้เกิดความรู้สึกต่าง ๆ ตามความต้องการของผู้สร้างโดยที่อาจไม่เน้นแสดงเนื้อหาเรื่องราวของภาพหรือ แสดงเรื่องราวที่มาจากความประทับใจ โดยไม่ยึดติดกับความเป็นจริงตามธรรมชาติชนิดนี้ ปรากฏมากในงานจิตรกรรมสมัยใหม่ ภาพลวดลายตกแต่งเป็นภาพวาดลวดลายประกอบเพื่อตกแต่งสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดความสวยงามมากขึ้น เช่น การวาดลวดลายประดับอาคาร สิ่งของเครื่องใช้ ลวดลายสัก ฯลฯ

 

การใช้ศิลปะบำบัดเพื่อช่วยในการเยียวยาผู้ป่วย

3

ศาสตร์อย่างหนึ่งที่ช่วยปรับสมดุลข้างในจิตใจของผู้ที่เสียสมดุลให้กลับมาสู่โลกปกติ หรือภาวะที่กลับคืนมาสู่ความเป็นตัวเอง ซึ่งการเสียสมดุลในชีวิตนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนชรา และมาจากหลายๆ สาเหตุที่แตกต่างกัน จนทำให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตแย่ลง เช่น เกิดภาวะความเครียดหรืออาการเจ็บป่วยบางอย่าง หรือเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย หรือติดยาเสพติด เป็นต้น นอกจากนี้เรายังใช้ศิลปะในการบำบัดกับเด็ก 2 กลุ่มใหญ่คือ กลุ่มเด็กพิเศษ เช่น ออทิสติก แอสเพอเกอร์ ดาวน์ซินโดรม และกลุ่มเด็กที่มีปัญหาด้านพฤติกรรมหรืออารมณ์

ศิลปะนั้นสามารถเป็นเครื่องมือปลอบประโลมและขับกล่อมจิตใจ หันเหความสนใจออกจากความเจ็บปวดและความกังวล การประกอบกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในตนเอง เพิ่มความรู้สึกถึงคุณค่าของตนเอง และแรงขับเคลื่อนสำหรับชีวิต ศิลปะไม่เชิงเป็นรูปแบบหนึ่งของการสื่อสาร แต่เป็นเสียงที่สะท้อนออกมาจากภายใน ศิลปะไม่เพียงแค่เป็นการเปิดช่องทางการสื่อสารระหว่างโลกภายในและโลกภายนอก ประสบการณ์ต่อประสบการณ์ คนสู่คน ผู้ดูแลกับผู้ป่วย แต่ศิลปะถือเป็นเครื่องมือที่สามารถใช้ในการบำบัดเยี่ยวยาตนเองได้จริง

ศิลปะบำบัด เป็นกระบวนการสร้างสรรค์ในการทำศิลปะนั้นเป็นการเยียวยาและยกระดับชีวิตให้ดีขึ้น และเป็นการสื่อสารความคิดความรู้สึกในรูปแบบที่ปราศจากคำพูด เช่นเดียวกับการบำบัดทางจิตวิทยารูปแบบอื่นๆหรือจิตวิทยาการปรึกษา มันถูกใช้เพื่อส่งเสริมการงอกงามทางจิตใจของแต่ละบุคคล ช่วยให้เข้าใจตนเองมากขึ้น และช่วยในการบำบัดรักษาทางด้านอารมณ์ คนทุกคนมีศักยภาพในการที่จะแสดงออกในเชิงสร้างสรรค์ และชิ้นผลงานนั้นไม่สำคัญเท่ากับกระบวนการเชิงบำบัดที่เกี่ยวข้อง ความสำคัญมิได้เจาะจงอยู่ที่คุณค่าทางสุนทรียศาสตร์ของการทำศิลปะแต่อยู่ที่การนำพาความต้องการการบำบัดของบุคคลให้ได้แสดงออก

การทำศิลปะบำบัด

1) Established rapport เป็นขั้นแรกของการบำบัด สร้างสัมพันธภาพระหว่างผู้บำบัดกับผู้รับการบำบัด ซึ่งรวมถึงการประเมินสภาพปัญหา และวางแผนการบำบัดรักษาด้วย
2) Exploration เป็นขั้นของการสำรวจ ค้นหา วิเคราะห์ปมปัญหา ความขัดแย้งภายในส่วนลึกของจิตใจ
3) Experiencing เป็นขั้นการบำบัด โดยดึงประสบการณ์แห่งปัญหาขึ้นมาจัดเรียง ปรับเปลี่ยน แก้ไขใหม่ ในมุมมองและสภาวะใหม่
4) Empowerment เป็นขั้นสุดท้ายของการบำบัด โดยเสริมสร้างความภาคภูมิใจในตนเอง และให้โอกาสแห่งการเปลี่ยนแปลง